The Forward Mail’s Blog

Just another WordPress.com weblog

ไข้หวัดหมู หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่ควรรู้จัก

Posted by thefwmail บน เมษายน 27, 2009

ไข้หวัดหมู หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่ควรรู้จัก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ข่าวคราวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูในประเทศเม็กซิโก จนคร่าชีวิตผู้คนไปหลายสิบคน ซึ่งผู้เสียชีวิตเฉพาะในประเทศเม็กซิโก มีถึง 81 คน (ตัวเลขทางการ ณ วันที่ 26 เมษายน 2552) เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาชาติเป็นอย่างมาก ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศเตือนว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะลุกลามไปทั่วโลก ทำให้หลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับโรคชนิดนี้ เกิดความสงสัยว่า “โรคไข้หวัดหมู” คืออะไร และจะสามารถป้องกันได้อย่างไร วันนี้กระปุกอาสามาบอกต่อกันค่ะ

รู้จักโรคไข้หวัดหมู

         โรคไข้หวัดหมู” เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2  สำหรับโรคไข้หวัดหมูที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกานั้น  เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น

 การติดต่อโรคไข้หวัดหมู

          เชื้อไข้หวัดหมู มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไป โดยเชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด และสามารถติดต่อได้จากมือ หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทั้งนี้เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา แต่ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู

          ขณะที่นักวิชาการขององค์การอนามัยโลก ระบุไว้ว่า โรคไข้หวัดหมู มีอัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส และไข้หวัดนก แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกว่า คืออยู่ที่ร้อยละ 5-7 ขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60

อาการของโรคไข้หวัดหมู

          เมื่อเชื้อไข้หวัดหมูเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฎอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่า และรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

 กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ

          กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดหมู คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู คนฆ่าหมูหรือชำแหละเนื้อหมู คนขายเนื้อหมู รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู และผู้บริโภคเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุก

การรักษาโรคไข้หวัดหมู

          ทางสหรัฐอเมริกา ระบุว่า โรคไข้หวัดหมูสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ คือ วัคซีนแอนตี้ไวรัส “ทามิฟลู” (Tamiflu) และ “รีเลนซา” (Relenza) แต่ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า วัคซีนเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด เนื่องจากไข้หวัดหมูที่แพร่ระบาดอยู่ขณะนี้ เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้น จึงต้องมีการศึกษาพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ เพื่อใช้ในการรักษาให้มีประสิทธิผลมากขึ้นต่อไป

 การป้องกันโรคไข้หวัดหมู

          โรคไข้หวัดหมู แม้จะเป็นสายพันธุ์หมู แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหมูโดยตรง เพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน ดังนั้นจึงสามารถรับประทานหมูได้ หากไม่แน่ใจ ให้ปรุงเนื้อหมูให้สุกเสียก่อน คือ ผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือต้มในน้ำเดือด ก็จะสามารถทำลายเชื้อให้หมดไปได้

          ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ 

          ในส่วนของผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเม็กซิโก รวมทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียและเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศใกล้เคียง ควรติดตามสถานการณ์และคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

          สำหรับประเทศไทยนั้น ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูในประเทศ ดังนั้นก็ไม่ต้องตื่นตระหนกไปหรอกค่ะ แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์จากโรคไข้หวัดหมู แนะนำว่าให้รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกแล้วดีกว่า และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ อีกทั้งติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตค่ะ

 

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ตกใจ, ดูแล้ว ให้ระวัง | Tagged: , | Leave a Comment »

กด ATM แล้วไฟดับ ทำยังไงดี

Posted by thefwmail บน เมษายน 26, 2009

กด ATM แล้วไฟดับ ทำยังไงดี (มีประโยชน์มากเลยค่ะ)

 

มีชายคนหนึ่งได้ไปจอดรถเพื่อที่จะกดเอทีเอ็ม
ธนาคารไทยพาณิชย์ประมาณ6โมงเย็นธนาคารปิดแล้ว
ขณะนั้นเขากดมา5000บาท
ขั้นตอนต่างๆเรียบร้อยจนกระทั่งขั้นตอนรอรับเงินไฟเกิดดับ
บัตรเอทีเอ็มตีคืนมาแต่เงินไม่ออกชายคนนั้นก็รอสักครู่ไฟก็ยังไม่มา
เขาจึงขับรถไปตู้อื่นที่ไฟไม่ดับปรากฏว่ายอดเงินได้ถูกตัดไปแล้ว

วันรุ่งขึ้นชายคนนี้จึงมาทำเรื่องแจ้งธนาคารๆได้ตรวจสอบกับทางธนาคาร

และบอกว่าเงินได้ถูกจ่ายออกมาแล้วแน่นอน
ทางธนาคารไม่สามารถรับผิดชอบได้
แต่ถ้าเงินไม่ออกมาธนาคารก็จะคืนเงินให้
เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้เงิน ทางธนาคารก็บอกว่าช่วยไม่ได้
ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ให้โทรเช็คยอดกับศูนย์บัตรเอทีเอ็มถ้ายอดเงินถูกตัดไปแล้ว

ต้องรอบริเวณนั้นเลยจนกว่าไฟจะมาพอไฟมาเงินจะออกมา

เงินของเขาก็คงมีคนที่มากดคนแรกหลังจากไฟมาได้เอาไปแล้ว
ธนาคารแจ้งเพิ่มเติมว่า
ถ้าไฟดับจังหวะอื่นที่ไม่ใช่ช่วงรอรับเงินเงินจะไม่ถูกตัด
ยอดเงินจะคงเดิม

หากยอดเงินถูกตัดธนาคารจะคืนเงินให้

เรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนใจว่า
กดเอทีเอ็มแล้วถ้าไม่ได้เงินอย่ารีบออกจากบริเวณนั้นโทรเช็ค
ธนาคารให้ได้รับคำตอบแน่นอนจึงไป

ถ้าเงินถูกตัดแล้วต้องรอจนไฟมาอย่างเดียว

ช่วยส่งต่อยังเพื่อนของท่านด้วยเพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว
มีคำถามตามมาว่าถ้าไฟมันดับนานจะทำอย่างไร
ถ้าดับข้ามคืนจะทำอย่างไรมิต้องนอนรอตรงนั้นหรืออย่างไร
ก่อนกดเอทีเอ็มก็ภาวนาอย่าให้ไฟดับช่วงนั้นเลย…..

เขียนแล้วใน ดูแล้ว รู้เคล็ดลับ, ดูแล้ว เข้าใจ, ดูแล้ว ให้ระวัง | Tagged: , , , | Leave a Comment »

ผู้ชายเกลียด

Posted by thefwmail บน เมษายน 25, 2009

ถ้าคุณต้องการให้ใครสักคนรักคุณ คุณก็ต้องทำตัวแบบที่คิดว่าน่ารักที่สุดและก็ไม่พยายามทำอะไรในแบบที่เขาไม่ชอบซึ่งก็เหมือนๆกันถ้าจะพูดว่า หากคุณรักใคร คุณก็อยากทำแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่เขาชอบ มอบให้แด่ใครคนนั้น**

 

เมื่อคนที่คุณรัก คือผู้ชาย คุณก็ควรรู้จักสิ่งที่เขาเกลียดแสนเกลียด มีอารมณ์ 3 ลักษณะที่ผู้ชายไม่สามารถทนได้เลย และเป็นลักษณะที่ผู้หญิงชอบประพฤติกันอย่างมากเสียด้วย คุณเคยพบภาวะเหล่านี้มาแล้ว แต่ก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปคือไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณทำลงไปนั้นล่ะ คือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด และไม่อาจยอมรับได้ นี่เป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณต้องตั้งใจศึกษา

 

อารมณ์ฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด……ผู้ชายเกลียด?

 

หลายครั้งที่ผู้ชายถูกอารมณ์ร้ายของผู้หญิงป่วนปั่นให้เขาเตลิดเปิดเปิงอย่างไม่เข้าใจ เช่นคุณมีปัญหาเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเขา คุณเก็บกดมันไว้แล้วระเบิดทันทีเมื่อพบหน้าเขา คุณจะเอาแต่สะอื้น ร้องไห้ แล้วพร่ำพูดเรื่องที่คุณเจ็บปวด ซึ่งเขาตั้งตัวรับไม่ทัน เมื่อเจอภาวะเช่นนั้น เขาอาจจะพยายามปลอบคุณ จนเมื่อคุณยังไม่หยุดเขาก็จะเริ่มอึดอัด เพราะไม่รู้จะหาวิธีช่วยคุณอย่างไร แล้วอาจพูดตำหนิคุณว่าคิดมากเกินไป หรือปรามไม่ให้คุณร้องไห้ ซึ่งคุณก็จะโมโหต่อว่าเขา ว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากบอกให้หยุดร้อง เขาช่างใจดำไม่สนใจเลยว่าคุณเจ็บปวด การทะเลาะกันอาจเกิดขึ้นและเขาอาจเลือกวิธีเลี่ยงการปะทะกันโดยผลุนผลันจากไปอย่างขุ่นมัว ไม่ว่าจะร้องไห้ก่อกวนเขา หรือนั่งคาดคั้นเขาด้วยอารมณ์โกรธ ผู้ชายจะไม่อาจทนทานยอมรับได้ เพราะผู้ชายเชื่อว่าเขาคือผู้รับผิดชอบต่อทุกเรื่อง นั่นเพราะเขารู้สึกว่าเขาต้องรับผิดชอบ ต้องแก้ปัญหาทันที ถ้าเขาแก้ไม่ได้เขาจะรู้สึกว่าเขาไร้ความสามารถ เขาจะละอายคุณ และปิดบังความรู้สึกนั้นด้วยการแสดงท่าทีไม่พอใจออกมา หากอยากให้เขาปลอบโยนอย่างที่คุณพอใจ ต้องเริ่มต้นกับเขาโดยปราศจากอารมณ์ อย่าลืมว่า ผู้หญิงเชื่อว่าเธอมีผู้ชายอยู่เคียงข้าง เพื่อดูแลเธอโดยปลอบโยน แต่ผู้ชายเชื่อว่าเขาต้องแก้ปัญหาให้เธอ คือการดูแลผู้หญิง และเพราะผู้ชายเชื่อว่า ตัวเขาเองคือต้นเหตุให้ผู้หญิงเกิดอารมณ์ร้าย เป็นอีกประการที่ผู้ชายไม่ต้องการเห็นผู้หญิงของเขาเกิดอารมณ์เจ็บปวดเกรี้ยวกราดหรือหงุดหงิดเบื่อหน่าย ความจริงเขาไม่ได้โกรธคุณ แต่เขาโกรธตัวเขาเองว่าตัวเองไม่เอาไหน จึงปล่อยให้เธอวิตกกังวล และเมื่อเขาแก้ไม่ได้เขาก็จะแสดงออกโดยการตำหนิคุณ โทษว่าผู้หญิงเรียกร้องเอาทุกสิ่งทุกอย่างจากเขามันเหมือนกับการกดดันเขา เพราะผู้ชายไม่เข้าใจว่า ผู้หญิงปรับอารมณ์ได้เอง เหตุก็เพราะเขาไม่เคยรู้และเข้าใจอารมณ์ผู้หญิงนั้นปรับลดได้อย่างไม่ยากนัก อาจด้วยการปลอบจากเขาสักครู่ อารมณ์รุนแรงก็สามารถลดถอยและเบาบางลงได้ เป็นอารมณ์ที่ยืดหยุ่นได้ ในขณะที่ผู้ชายไม่สามารถเปลี่ยงแปลงอารมณ์ได้ในเวลาสั้นๆเท่า

ผู้หญิง

>>เคล็ดลับการแก้ปัญหาอารมณ์นี้
1.
บอกเขาตรงๆ ว่าคุณฉุนเฉียวเรื่องอะไรและต้องการให้เขาช่วยเหลือเรื่องอะไร 2.ถ้าคุณอยากบ่นระบายความเครียดหรือความเบื่อหน่ายก็อย่าเผลอตัวบ่นซะจนจริงจังจนเขาเชื่อว่าคุณรู้สึกว่าเลวร้ายมาก
3.
คุณต้องแสดงว่าตัวเองไม่ได้ย่ำแย่ขนาดหนัก เพื่อที่เขาจะได้เบาใจว่าคุณไม่ได้กดดันให้เขาต้องช่วยสะสางปัญหา
4.
พยายามให้เข้าใจว่าคุณไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือเท่านั้นต้องทำให้ผู้ชายเข้าใจ เขาจะให้ความรักแก่คุณในยามที่คุณจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว เพราะผู้หญิงก็มีอารมณ์ของเด็กเหมือนผู้ชายแต่เด็กในผู้ชายจะแสดงความดื้อ ในเด็กผู้หญิงจะแสดงความงอแง

>> อารมณ์ของผู้ทำผิดพลาด ผู้ชายเกลียด

 

ผู้ชายต้องการเป็นผู้ถูกต้องตลอดเวลา นั่นเป็นการสร้างความมั่นใจให้เขา และเมื่อเขามีความมั่นใจในตัวเอง เขาก็เชื่อว่าจะทำให้เขาประสบความสำเร็จ การที่เขาเกลียดการเป็นผู้ทำผิด เมื่อคุณช่วยเหลือหรือโทษว่าเขาผิด เขาจะรู้สึกว่าคุณไม่ไว้ใจเขา หมายถึงเขาไม่สมบรูณ์พอที่จะเป็นผู้นำหรือผู้คุมสถานการณ์ทั้งหมด

>>เคล็ดลับการแก้ปัญหาอารมณ์นี้
1.
บอกเขาให้เขาใจว่าคุณไม่มีเจตนาจะติเตียนเขา คุณเพียงอยากเสนอความคิดบ้างเท่านั้น
2.
เมื่อต้องแนะนำควรใช้ภาษาที่ชัดเจนและด้วยความละมุนละไม อย่าลงโทษหรือซ้ำเติมเขา
3.
ยกย่องเขาบ้าง เป็นการให้กำลังใจ แสดงให้รู้ว่าเขามีค่า เมื่อแนะนำเขา เขาจะไม่ต่อต้านคุณ

 

>> อารมณ์ถูกฝืนใจให้รู้สึก ผู้ชายเกลียด !

 

ผู้หญิงแม้รู้ว่าเขารักแน่นอน แต่ก็สับสนและเกือบหมอความมั่นใจนั้น เพราะผู้ชายไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะแสดงออกด้านความรักหรือความซาบซึ้งในความผูกพัน ดูเหมือนกับว่าเขาไม่ได้แคร์ในความรักความสัมพันธ์นั้นเลย เพราะเขาต้องการช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย เพื่อสามารถทะนุถนอมความสัมพันธ์ ผู้ชายไม่สามารถดูแลหลายๆ เรื่องได้ในเวลาเดียวกัน หมายถึง เรื่องงานกับเรื่องความสัมพันธ์
>>
เคล็ดลับการแก้ปัญหาอารมณ์นี้
1.
คุยกับเขาถึงความรู้สึกความเห็นเกี่ยวกับอารมณ์ที่เขาเกลียดและตัวคุณอยากหาข้อสรุปที่พอดีอย่างสมดุล
2.
เมื่ออยากให้เขาใส่ใจในตัวคุณ การโน้มน้าวใจเขาต้องทำด้วยความเข้าใจ ต้องเข้าใจเขาก่อน
3.
แสดงความซาบซึ้งกับเขาก่อนในโอกาสที่เหมาะสม เขาจะพยายามสนองตอบคุณโดยไม่ต้องพูดจาโน้มน้าวเขา
4.
ศึกษาว่าเขาชอบถนอมความสัมพันธ์ด้วยลักษณะไหน บางคนอาจชอบทำกิจกรรมร่วมกับผู้หญิงเช่น ดูหนัง ออกกำลัง หรือบางคนชอบพูดคุย

เขียนแล้วใน ดูแล้ว รู้เคล็ดลับ, ดูแล้ว เข้าใจ | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

ทำอย่างไรจึงจะได้แฟนกลับคืนมาโดยไม่ก่อบาป

Posted by thefwmail บน เมษายน 22, 2009

ถาม เริ่มเข้าใจว่าทำไมคนถึงอยากใช้ไสยศาสตร์เป็นทางลัดกัน ตอนนี้อยากคืนดีกับแฟนเก่ามาก เหมือนใจจะขาดให้ได้ พยายามเปิดใจรับคนอื่นก็ไม่สำเร็จ พอรู้สึกเกือบๆจะชอบใครขึ้นมา พอดูหน้าเขาอย่างคิดว่าตกลงเป็นแฟนดีไหม ก็รู้สึกห่อเหี่ยว หมดความไยดี ไม่อยากแม้แต่มองหน้า แถมเมื่อเจอหนังสือที่บอกวิธีทำคุณไสยให้คนหลงรัก ก็นึกถึงแฟนเก่าทันที แต่ก็กลัวเพราะเชื่อแล้วว่าวิบากกรรมมี เหมือนที่คุณดังตฤณเคยบอกว่าถ้าใช้ไสยศาสตร์จะทำให้อยู่กับโลกมืดอย่างเป็นทุกข์ แม้ข้างนอกดูเหมือนสุข ใจก็ดำอยู่ตลอด คำถามคือถ้าเราอยากได้แฟนกลับมาจริงๆ จะมีกรรมอันเป็นกุศลแบบไหน ต้องไปทำบุญกับพระวัดใด จึงไม่ผิดกฎแห่งกรรม และได้ชื่อว่าเอาเขากลับมาด้วยบุญ ไม่ใช่ด้วยบาป? กรุณาอย่าบอกให้ทำใจ เพราะพยายามแล้วแต่ทำไม่ได้จริงๆ

ถามตัวเองเป็นอันดับแรกนะครับ ว่าถ้าได้เขากลับมา แล้วเกิดไม่พอใจกันอีก ก็ต้องเจ็บปวดอีก จากกันอีก และจะต้องวนเวียนอยู่กับวงจรอยากได้เขาคืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าใช่ไหม?

ได้คำตอบอย่างไร ให้ถามตัวเองอีกข้อ ว่าถ้าได้เขากลับมา แล้วคุณจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง ดีขึ้นชนิดที่เขาจะไม่ระอา และคุณก็จะเต็มใจทำไม่เลิก คุณนึกถึงวิธีการดีๆที่จะรักษาเขาไว้ได้กี่ข้อ?

ได้คำตอบอย่างไร ให้ถามตัวเองอีกนิด ว่าถ้าได้เขากลับมา แล้วคุณจะรักษาความรู้สึกของตัวเองท่าไหน แบบที่แน่ใจว่าคุณจะไม่กลับเหนื่อยหน่ายเสียเอง ด้วยเหตุที่ต้องเป็นฝ่ายออกแรงรักษาเขาไว้ ต้องเอาใจเขาตามต้องการทุกเรื่อง?

นึกวาดภาพไปเป็นข้อๆนะครับ ความคุ้นเคยในอดีตระหว่างกันคงทำให้จินตนาการของคุณแจ่มชัดพอ ที่ผมตั้งโจทย์ให้คุณถามใจตัวเองเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องของการ ทำใจแต่เป็นการถามใจตัวเอง เพื่อสร้างจินตนาการหักลบหักล้างจินตนาการเดิมๆเสียบ้าง

คนที่โหยหาอาวรณ์คนรักเก่านะครับ เหตุผลเหมือนกันหมดแหละ คือโดนภาพความทรงจำด้านดีหลายๆฉาก หลายๆเหตุการณ์เล่นงานเอา ตามหลักธรรมชาติง่ายๆที่ว่าถ้าไม่เป็นสุขบ้าง ใจคงไม่ยึดมั่นในสิ่งที่ทำให้เป็นสุข คงอยากสลัดทิ้งกันหมด

ทีนี้เมื่อคุณสมมุติให้หลุดจากความฝักใฝ่เพ้อหา ถามใจตัวเองตามจริงว่าถ้าได้เขากลับมา จะเกิดอะไรขึ้น จินตนาการก็จะแตกต่างไป อย่างน้อยเรื่องเก่าๆที่เคยระหองระแหง เคยชินๆเบื่อๆ ก็ต้องย้อนกลับมาบ้าง ถึงตรงนั้นแม้ดวงจิตยังไม่สงบลง ก็คงลดความอยากได้คืนท่าเดียวไม่มากก็น้อย ตามหลักธรรมชาติที่ว่าถ้าไม่เป็นทุกข์บ้าง ใจก็คงไม่อยากทิ้งขว้างสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์เลย คงหวงไว้หมด

สถานการณ์อย่างคุณนะครับ บุญข้อแรกที่ต้องระลึกถึงเลย ก็คือการพยายาม ตั้งสติถ้าตั้งสติได้ขณะกำลังจะขาดสติอยู่ร่อแร่ ไม่แพ้กิเลส และเห็นกิเลสเป็นเพียงคลื่นรบกวนที่ต้องแปรปรวนไป ก็ขอให้จำไว้เถิดว่าเกิดบุญใหญ่เสียยิ่งกว่าทำสังฆทาน ๗ วัดด้วยจิตเศร้าหมองเป็นไหนๆ

อันที่จริงการที่คุณรู้จักธรรมะ กลัวบาปกลัวกรรม และยั้งคิดได้แม้เจอทางลัดอันดำมืด ก็สะท้อนในตัวเองว่าคุณมีสติอยู่กับตัว เท่านี้ก็แสดงแล้วว่า สติในธรรมนี้แหละสมบัติสำคัญสูงสุด ที่ฉุดรั้งคุณไว้ได้ขณะชีวิตกำลังทำท่าจะดิ่งลงเหว

ข่าวหน้าหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เต็มไปด้วยคดีอ้อนวอนคนเก่าไม่สำเร็จแล้วลงเอยด้วยการเชือดกัน คนตายก็ตายด้วยความเกลียดกลัว คนอยู่ก็อยู่ด้วยความน้อยใจคร่ำเครียด นั่นเพราะอะไรถ้าไม่ใช่ ขาดสติ

สติของคุณยังมีคุณสมบัติที่ดีกว่าการเป็นเครื่องฉุดให้รอดจากก้นเหว เพราะสติที่มีกำลังมากพอแล้ว สามารถผลักดันให้คุณขึ้นฟ้าชั้นไหนก็สุดแต่จะปรารถนา

ผมบอกได้อย่างหนึ่งว่าถ้าจะเอาเขาคืนมาด้วยทางสว่าง ก่อนอื่นสติของคุณต้องดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพราะตามธรรมชาติของกระแสจิตนะครับ ยิ่งคุณกระวนกระวายปั่นป่วน อยากได้คืนมากขึ้นเท่าไร ก็เท่ากับยิ่งส่งคลื่นรบกวนไปเบียดเบียนแฟนเก่ามากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะขณะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลัง

การที่คุณปั่นป่วนรัญจวนใจทั้งกลางวันกลางคืนอย่างนี้ คุณไม่รู้หรอกว่าส่งคลื่นกระทบอันเป็นลบออกไปมหาศาลปานไหน เอาเป็นว่าพอเขานึกถึงคุณขึ้นมาเมื่อใดนะครับ เขาจะนึกถึงความน่าอึดอัด ความน่ารำคาญ หรือไม่ก็ความเร่าร้อนที่ชวนให้เป็นทุกข์ ไม่น่านึกสนุกอยากกลับมาใกล้คุณเลย

นั่นแปลชัดครับว่าความอยากดึงดูดเขากลับมา กลายเป็นแรงผลักไสเขาออกห่างไปอีกโดยคุณไม่ทันรู้ตัว

เมื่อใจคุณสงบลงได้ ก็ขอให้เริ่มตระเวนทำบุญแบบครบวงจร ตั้งต้นที่ไหนก็ได้อย่าไปเกี่ยง เช่นกินข้าวในร้านใดเสร็จเห็นเหลือกระดูกไก่ ก็เอาใส่ถุงไปหาหมาแมวข้างถนนให้พวกมันดีใจที่คุณให้แทะเล่น เปิดตู้เสื้อผ้ามาเห็นชุดไหนเก่าไม่ใช้แล้วก็อย่าหวงไว้ สถานที่รับบริจาคเสื้อผ้าเพื่อคนอนาถามีอยู่ทั่วไป เสาร์อาทิตย์ไหนว่างๆก็อย่าปล่อยให้ใจเฉา ลุกจากที่นอนไปใส่บาตรแต่เช้าตรู่ หาเครื่องใช้สำหรับพระใส่ถังเพื่อถวายเป็นสังฆทานสักหน่อย

อะไรก็ได้ครับ ไม่ต้องลงทุนเป็นเงินเยอะๆ แต่ลงทุนเป็นใจเต็มๆ แต่ละครั้งเมื่อทำประโยชน์ให้ผู้อื่น ขอให้เช็คจิตของตัวเอง ว่าเป็นสุขแค่ไหน แล้วถามตัวเองทุกครั้งว่าถ้ามีแฟนเก่าอยู่ด้วยในขณะทำบุญด้วยกัน คุณจะเป็นสุขเท่าเดิมหรือมากขึ้นกว่านั้น

อ่านดีๆแล้วลองทำตามนะครับ ถ้าทำได้ก็คืออุปเท่ห์วิธีแผ่เมตตาไปถึงเขานั่นเอง ยิ่งคุณรู้สึกว่าเป็นสุขกับการทำบุญแล้วนึกถึงเขาในทางดีมากขึ้นเท่าใด กระแสจิตของคุณก็จะยิ่งแผ่ซ่านเป็นความเยือกเย็นไปถึงเขาได้มากขึ้นเท่านั้น

จิตนั่นแหละเป็นเครื่องเช็คความก้าวหน้าได้ หากสว่างออกมาจากกลางใจ ใจโล่งสบาย และขยายขอบเขตความโล่งสบายมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งหลุดจากกรอบของความอยากอันคับแคบ ก็ขอให้เชื่อในระดับหนึ่งว่าถ้าเขานึกถึงคุณ ตัวคุณที่ปรากฏต่อใจเขาจะสว่าง น่าคิดถึง และน่าอยู่ใกล้ขึ้นกว่าเดิมอย่างอักโขมโหฬาร

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ซึ้ง | Tagged: , | Leave a Comment »

ยิ้มหน่อยนะ

Posted by thefwmail บน เมษายน 21, 2009

:: ยิ้มหมายเลข 1 ::
เมียอั๊วนอกใจว่ะ ไอ้หนุ่มปรับทุกข์กับเพื่อน
เรื่องเป็นไงมาไงวะ เพื่อนยินดีรับฟัง
เมื่อคืนอีไม่ยอมกลับบ้านน่ะสิ พออั๊วถาม อีบอกว่าไปค้างกับพี่สาว ‘  ไอ้หนุ่มเล่า
ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่หว่า แค่นี้จะว่าเค้านอกใจได้ไง ‘  เพื่อนชี้ทางสว่าง
โกหกเห็นๆว่ะ อั๊วนอนอยู่กับพี่สาวอีทั้งคืนแท้ๆนี่หว่า …’


*****************************************
:: ยิ้มหมายเลข 2 ::
หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานจนภรรเมียสงสัย
คิดอะไรอยู่หรือพี่ เธอถาม
จำได้มั้ย วันนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้วพ่อเอ็งจับได้ว่าข้าเข้าหาเอ็ง
จำได้สิพี่ เมียพยักหน้าหงึกๆ
แล้วพ่อเอ็งก็ให้ข้าเลือกว่าจะมาสู่ขอเอ็งหรือว่าจะยอมติดคุกซัก 20 ปี
แล้วพี่ก็เลือกแต่งกับชั้น เมียพยักหน้าอาการรับรู้
แล้วพี่นั่งคิดอะไรอยู่ล่ะ
ข้าคิดอยู่ว่า ถ้าข้ายอมติดคุก วันนี้ข้าก็พ้นโทษแล้วว่ะ!!! ‘


*****************************************
:: ยิ้มหมายเลข 3 ::
จิตรกรหนุ่มพยายามมีสมาธิกับการทำงานของเขา
แต่สาวน้อยที่มาเป็นแบบให้วาดก็ทำให้ตบะของเขาขาดผึง
ไอ้หนุ่มกระโจนใส่เธอ กอดไว้แน่น แล้วระดมจูบอย่างเร่าร้อน
อย่านะ เธอผลักไอ้หนุ่ม
คุณอาจจะทำยังงี้กับนางแบบคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ชั้นแน่ !!!’
แต่ผมไม่เคยทำยังงี้กับแบบของผมมาก่อนเลยจริงๆนะครับไอ้หนุ่มท้วง
คุณพูดจริงเรอะเธอทำท่าไม่อยากจะเชื่อ
คุณวาดมาเท่าไหร่แล้ว ?’
สี่…’ จิตรกรหนุ่มว่า เหยือกน้ำ แอปเปิ้ล ตะกร้า แล้วก็คุณนี่แหละ!!!’


*****************************************
:: ยิ้มหมายเลข 4 ::
แอร์โฮสเตสสายการบินที่ตกบ่อยๆประกาศก่อนเครื่องออก
ท่านผู้โดยสารทุกท่านโปรดทราบ
เที่ยวบินสู่เมืองปักกิ่งกำลังจะออกเดินทาง ณ บัดนี้แล้ว
เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านโปรดคาดเข็มขัดนิรภัย
ท่านที่พบว่าเข็มขัดนิรภัยตรงที่นั่งท่านชำรุด

กรุณามัดไว้ด้วยเงื่อนพิรอดนะคะ  กรุณาอย่าใช้เงื่อนตาย
ถ้าท่านหาสายรัดเข็มขัดนิรภัยไม่พบ กรุณาย้ายไปที่นั่งอื่นที่ว่างอยู่
ทั้งนี้ขอให้ท่านได้โปรดวางใจ
ถึงแม้เครื่องบินของเราจะเก่า
แต่ทั้งนักบินและนักบินผู้ช่วยของเรายังใหม่อยู่นะคะ…’

 

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ยิ้มๆ | Leave a Comment »

เรื่องผี .. ผีกลัวอะไรบ้าง

Posted by thefwmail บน เมษายน 20, 2009

สมัยที่ผมเป็นเซลส์แมน ต้องไปค้างแรมตามโรงแรมต่างๆ ก่อนนอนทุกครั้งผมบอกทุกวัน ประสบการณ์เรื่องผีตามโรงแรมต่างจังหวัดผมมีมากทั้งเจอกับตนเองและเพื่อนเซลส์เล่าสู่กันฟัง เพราะผมไปทำงานทุกจังหวัด ยกเว้นแม่ฮ่องสอนที่ไม่ได้ไป แต่ใช้โทรศัพท์ซื้อขายกัน พวกเซลส์แมนต่างจังหวัดจึงมีพระแขวนกันทุกคน เพื่อป้องกันผีหลอกและให้เดินทางปลอดภัย เซลส์แมนบางคนกลายเป็นเซียนพระไปเลยก็มีแต่พวกผีไม่กลัวพระเครื่อง ที่เหล่าเซลส์แมนแขวน เพราะพวกนี้เคยถูกผีอำกันทั้งนั้นรวมทั้งผมก็ยังโดน คำว่าผีอำไม่ใช่ผีมาโกหก แต่หมายถึงมีผีมานั่งทับจนคนนั้นกระดิกตัวไม่ได้ ร้องไม่ออก จะลุกจะหนีก็ไม่มีแรง ขณะนั้นเป็นช่วงที่น่ากลัวมาก จะเป็นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง นี่ละครับผีมันไม่กลัวพระเครื่องเลย เพราะตอนนอนทุกคนใส่พระนอนกันทั้งนั้น ผมก็ยังใส่นอน แต่ก็ยังโดน แล้วผีมันกลัวอะไร? พวกมันกลัว ตะกรุด กับ เบี้ยแก้ ครับ โดยเฉพาะเบี้ยแก้จะกลัวมาก เพราะเป็นเครื่องรางของขลังที่ครูบาอาจารย์ทำไว้ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันคุณไสย มนต์ดำ ยาสั่ง ยาเมา อาเพศอาถรรพณ์ จากผู้มีคาถาอาคมได้อย่างชะงัด พวกผี นางไม้นางตะเคียน เมื่อเจอเบี้ยแก้ จะร้องโหยหวนดังถูกตีด้วยหวายลงอาคมของหลวงปู่หลวงพ่อ ในตำราของ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เขียนไว้ว่า คืนหนึ่ง เด็กวัดที่รับใช้หลวงปู่ถูกผีนางตานีที่วัดหลอกตกใจวิ่งจนฉี่ราด พอวันรุ่งขึ้นด้วยความแค้น จึงเอา เบี้ยแก้ ของหลวงปู่คล้องเชือกแล้วไปมัดต้นกล้วยตานีไว้ พอตอนท่านจะฉันเพล ได้ให้เด็กคนนั้นไปเอาเบี้ยแก้ออกจากต้นกล้วย เพราะนางตานีร้องจนท่านรำคาญ เด็กวัดยังไม่หายแค้นกลับฟ้องว่า เพราะถูกหลอกก่อน จึงเอาของดีไปมัดให้เข็ด อ้าว..!แล้วหลวงปู่รู้ได้ไง !? ใครกลัวผีก็หา เบี้ยแก้ ไว้ติดตัวติดบ้าน จะไม่มีผีมาก่อกวน เพราะเป็นเครื่องรางที่ขลังมากๆ เป็นของดีที่นับวันจะหายากขึ้นทุกวัน เพราะเบี้ยแก้แต่ละลูกนั้น ครูบาอาจารย์ต้องลงยันต์และเสกเบี้ยทุกตัว เสกจนเบี้ยแก้เคลื่อนไหวได้ ไม่เหมือนพระเครื่องปลุกเสกครั้งเดียวได้เป็นพันๆ องค์

 

คัดลอกมากจาก

http://board.palungjit.com/showthread.php?s=42e3efd1e2024e115b96e3a2115c2749&t=160971

 

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ขนลุก | Tagged: , | Leave a Comment »

ความรัก เกิดขึ้นได้ทุกวัน

Posted by thefwmail บน เมษายน 20, 2009

ความรักไม่ว่าวันไหนๆ เกิดขึ้นได้ทุกวันเพียงแค่เรารู้จักการให้ความรักนั้นแก่ใครๆ และรับรู้ความรักจากคนอื่นที่เขาก็คอยมอบให้กับเราเพียงแค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขและรู้สึกความรักได้วนเวียนอยู่กับเราได้ทุกหนทุกแห่งทุกเวลาไม่ต้องคอยคาดหวัง เฝ้ารอความรัก เมื่อถูกลืมก็จะเกิดอาการฟูมฟายเสียใจที่วันนี้เป็นวันที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้สัมผัสกับความสุข เคยได้เต็มตื้นใจต่อความรักเคยถูกบอกรักและรู้สึกได้ว่ามีความรักจริงๆ
ความรักจึงถูกกำหนดและถูกคาดหวังไว้ว่าจะต้องเป็นวันนั้น วันนี้ แต่ทำไมเราไม่ทำให้เกิดขึ้นทุกวัน แล้วเราจะได้มีความสุขและไม่รู้สึกถึงการต้องเฝ้ารอให้เป็นวันนั้น เป็นวันนี้แต่ถ้าเรามีความรักทุกวันความสุขของเราก็มีทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นความรักต่อพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนๆ และคนอื่นๆ หรือจากคนรัก สามีภรรยา ความรักต่อบุคคลเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทุกวัน และความรักก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกฎตายตัวว่าจะเป็นสิ่งของตอบแทนใดๆ อาจเป็นเพียงวาจาคำพูด การกระทำ ความห่วงใย ก็ถือว่าวันนี้เราได้รับความสุข ความรักเกิดขึ้นแล้ว
การรู้สึกว่ามีความรักทุกวันจะทำให้คนเราย่อมมีความสุข ในเมื่อเราต้องการมีความสุขที่มาจากความรักเราก็ทำให้ทุกวันมีรักเกิดขึ้น อย่ากำหนดว่าต้องรอวันนั้นวันนี้เสียก่อนจึงค่อยแต่งเติมความรัก เพราะนานวันจะทำให้วันแห่งความรักเหลือน้อยลงเรื่อยๆ เพราะการกำหนดวันนั้น วันนี้เพียงไม่กี่วันหรือเพียงวันเดียวแต่บังเอิญวันที่กำหนดเกิดไม่ใช่ ติดขัดใดๆ ก็ต้องรอผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ทั้งที่ความรักเกิดขึ้นได้ทุกวัน ไม่ว่าจะวันไหนๆ จงเชื่อแบบนี้ดีกว่า

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ซึ้ง | Leave a Comment »

๏~* *เตือนภัย** กลิ่นตด + คนแจกโบว์ชัวร์ มหาภัย *~๏

Posted by thefwmail บน เมษายน 17, 2009

เรื่องที่
1**เตือนภัย**

สาวๆที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆ

โดยเฉพาะคนที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆโดยเฉพาะสถานที่ซ้ำๆกันด้วย

เรื่องนี้เกิดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะเพื่อนเราไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้าน

starbucks
สาขาซีคอน ตอนประมาณเที่ยงๆระหว่างที่มันนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ

ฟังไอพอดไปด้วยก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา!
คุย ท่าทาง เกย์ๆ ตุ๊ดๆ

ผู้ชายคนนั้นบอกว่า เค้าเป็น directorมาจากฮ่องกง
หรือจีน เนี่ยแหละ

กำลังมองหานักแสดงหน้าตาจีนๆหรือเกาหลีๆไปเล่นหนัง
เพื่อนเรามันก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมาก เ

พราะหูข้างนึงก็ฟังไอพอดอยู่
จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ยืนมือมาเชคแฮนด์เพื่อนเรามันก็จับมือเค้า

ต่อจากนั้นแปปเดียว
เพื่อนเรามันบอกว่าเกิดอาการมึนหัวขึ้นทันที เหมือนตัวลอยๆขยับ

อะไรไม่ได้ยืนอยู่นิ่งๆได้อย่างเดียวเหมือนเค้าทายาอะไรซักอย่างไว้ที่มือ

พราะเพื่อนเราจับยาก็เลยซึมเข้าร่างกายผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยโดยที่เพื่อนเราบอกว่าได้ยินและจำได้ทุกอย่าง

แต่ขยับตัวหรือพูดไม่ได้เลย
ผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยว่า

นี่น้องลดแขนหน่อยได้มั้ยแล้วก็เอามือจับแขนเพื่อนเรา
ลดแก้มด้วยก็ดี

แล้วก็เอามือมาดึงๆหน้าแล้วพอมันรู้ว่าเมาได้ที่แล้วมั้งก็บอกให้เอาไอพอด

บัตรประชาชน แล้วก็เอทีเอ็มมาให้ ขอpassword
ไปด้วย เพื่อนเราก็ทำตามทุกอย่าง

มันบอกว่ามันรู้ตัวแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้
ต้องทำตามที่มันบอก

จากนั้นเพื่อนเราก็เดินกลับบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ตัวอย่างนั้น
ผ่านไปสองสามชม.มันถึงได้สติกลับมา

ปรากฎว่าเงินในเอทีเอ็มหายไปหมดแล้ว
 น่ากลัวเนอะ

 ขนาดในร้านตอนเที่ยง
เพื่อนเราก็บอกว่าคนเยอะ ไม่ได้เปลี่ยวเลย

ระวังตัวกันหน่อยนะคะสาวๆเพราะคนร้ายพวกนี้อาจจะซุ่มดูหาเหยื่อก่อน

แล้วเลือกคนที่ไปคนเดียวบ่อยๆทางที่ดี
อย่าคุยกับคนแปลกหน้า

แล้วก็หาเพื่อนไปด้วยดีกว่านะจ้ะ

เรื่องที่ 2

ขอเล่าเรื่องจริงแบบไม่ต้องผ่านจอแก้วด้วยตัวเราเอง

เป็นภัยสังคมที่เกิดกับคนใกล้ตัวแบบไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอะได้เจอ

 

เหตุการณ์เกิดกับพี่สาวของเพื่อน
(ขออนุญาตนำมาเล่านะคะ)

วันที่เกิดเหตุ วันที่ 9 สิงหาคม
2551 เวลาประมาณบ่ายหน่อยๆ ครอบครัว

พี่สาวเพื่อนไปทานอาหารที่ร้าน ซิสล์เลอร์
สาขาอาคาร ซีพี ทาวเวอร์

 (สถานที่เกิดเหตุ
- ขอเน้น กลางกรุงเลยเพื่อน)

ตัวพี่สาวทานเสร็จก่อนก็เลยปล่อยให้สามีและลูกทานกันต่อ

โดยที่ตัวเองจะลงไปซื้อของที่ร้านวัตสัน

 ที่อยู่ชั้นล่าง
ระหว่างที่ลงบันไดเลื่อนก็มีชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้า

แต่งตัวดี
สักพักพี่สาวเพื่อนรู้สึกได้กลิ่นเหม็น

เหมือน กลิ่นตด มาจากข้างหน้า
(เค้ายังนึกด่าในใจว่าแต่งตัวดีแต่ดันตดมาได้)

พอลงจากบันไดเลื่อนก็เดินตรงไป
เข้าร้านวัตสัน สักครู่ก็รู้สึกง่วงนอนมากเหมือนจะหลับให้ได้
  

(ปกติจะเป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน)
เลยคิดว่าโดนดีเข้าแล้วเรา
 

 (เวลามีเมล์เรื่องภัยสังคมมอมยาแบบนี้
เพื่อนมักจะแฟ็กซ์ไปให้พี่สาวอ่านบ่อยๆ)

 พี่สาวเพื่อนรีบหยิบมือถือโทรหาสามีกับลูก

ให้รีบมาเจอกัน
เดชะบุญเก่ายังดีอยู่ สามีกับลูกเช็คบิลเสร็จแล้ว

และกำลังจะลงไปหา เลยรีบตามมาสมทบ
แล้วพากันกลับบ้าน

เพื่อนเล่าว่า ขึ้นรถปุ๊บ
พี่สาวก็หลับปั๊บทันทีเลยสรุปกันว่าเจอตดมหาภัยซะแล้ว

ก็เล่ามาเพื่อเตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ
น้อง ๆ กันไว้

(ช่วยกันส่งต่อเตือนพี่น้องเพื่อนฝูงของตัวเองด้วยนะ)เพราะสถานที่เป็นที่

เราคุ้นเคยเดินเล่นกันบ่อย ๆ
จนอาจจะไม่ระวังตัว

เปิดช่องให้พวกมารสังคมมาทำมิดีมิร้ายกับตัวเราและทรัพย์สินได้

วันที่เกิดเหตุ
เพื่อนเล่าว่าพี่สาวเขาใส่จี้เพชรอยู่

แต่ก็ไม่ใช่วูบวาบใหญ่โตขนาดจะนำภัยมาหาตัวได้

 เพราะแต่งตัวก็ธรรมดาไม่ฟู่ฟ่าอะไร

มีกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วยใบหนึ่ง

หากเราไปเดินคนเดียวและเจอเหตุการณ์แบบนี้
ขอแนะนำเพื่อน ๆ

ถ้าได้กลิ่นแปลก ๆ
ให้รีบกลั้นลมหายใจ

แล้วรีบออกมาให้พ้นแถวนั้น
พยายามฝืนตัวเองหาพนักงานขายของ

(อย่าเอาคนแถว นั้น
เพราะอาจเป็นพวกมันรออยู่ก็ได้)

แล้วรีบบอกพนักงานก่อนเลยว่า
เรามาคนเดียว

เพราะพวกมารสังคมอาจจะทำเนียนเห็นยาออกฤทธิ์แล้วอ้างตัวว่ามากับเราได้…

เฮ้อ… ทำได้แต่เตือน ๆ กัน

เมื่อไหร่พวกมารจะหมดไปจากสังคมกันซะที

ขอให้ปลอดภัยกันทุก ๆ คนนะคะ

 

เรื่องที่ 3

คนมาแจกโบร์ชัร์ก็ต้องระวังนะ
เรื่องคนเอาเอกสารหรือโบร์ชัวร์มาแจกตามห้างก้อน่ากลัวนะ ต้องระวังด้วย

เมื่อก่อนก็จะรับๆ ไว้เพราะสงสารคนแจก
แต่ไม่กี่เดือนนี่เองน้องที่ทำงานเก่าเพิ่งโดนไปที่ โลตัสคลองสี่รังสิต

เรื่องก้อคือเค้าจะไปซื้อของใช้เข้าบ้าน ไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูก
ตัวน้องผู้หญิงเข้าไปซื้อของใช้และ

ให้สามีพาลูกไปรอ  และเล่นที่บ้านบอล
พอเค้าซื้อของเสร็จมาหาสามีที่บ้านบอล มองหาลูกในบ้านบอลก็ไม่มีแล้ว

สามีก็นั่งอยู่ที่หน้าบ้านบอลที่เดิม
เรียกอยู่ตั้งพักถึงจะรู้สึกตัว
 
สามีรู้สึกตัวก็ตกใจมากที่รู้ว่าลูกหายไปแล้ว

เค้าบอกว่า ขณะนั่งดูลูกเล่นอยู่ดีดี
 ก็มีคนเดินเข้ามาแจก โบร์ ชัวร์ให้อ่าน
ก็เลยรับไว้แล้วพอเปิดปุ๊บ

ก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยมารู้ตอนที่ภรรยามาเรียกนี่แหละ
เค้าหากันให้ทั่วห้างเลยแหละ แต่เป็นโชคดีของครอบครัวนี้มากๆ

 เพราะก่อนที่จะเข้าไปซื้อของเค้าแวะซื้อขนมที่ร้านขนมไทยตรงทางเข้าห้าง
แล้วแม่ค้าขนมก็จำครอบครัวนี้ได้ แม่ค้าเล่าว่าเด็กออกมากับผู้ชาย
คนนึงแต่เด็กร้องไห้เสียงดังลั่นเลย

ก็เลยเป็นที่สังเกตุแม่ค้าก็เลยเรียกไว้แล้วถามหาพ่อแม่เด็ก
ระหว่างนั้นคนร้ายก็เลยชิงหนีไป…..คิดดูสิ….

.ถ้าแม่ค้าจำเด็กไม่ได้
หรือถ้าคนร้ายมันทำให้เด็กหมดสติแล้วทำทีเป็นเด็กหลับแล้วอุ้มไปหละ
ไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้ครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ตอนนี้น้องที่ทำงานเก่าที่เป็นแม่เด็กยังขวัญผวาไม่หายเลย

กลัวไปหมด โชคดีมากๆ บุญช่วยจริงๆ

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ให้ระวัง | Tagged: , , , | Leave a Comment »

FW: ลองดูสิว่า มือถือเรามีคุณภาพหรือไม่‏

Posted by thefwmail บน เมษายน 13, 2009

โทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจากแหล่งมาตรฐานหรือไม่?
ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก โปรดช่วยส่งต่อกันไปเยอะๆ Very informative mail for you, please don’t forget to forward.
อยากรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของท่านเป็นของแท้หรือไม่?
กดเครื่องหมาย *#06# หมายเลขรหัสจะปรากฎขึ้นมา  โปรดดูหมายเลขที่ 7 และ 8 ดังนี้
1 2 3 4 5 6
7th 8th 9 10 11 12 13 14 15  
============ ========= ========= ========= ========= ========= ========= ========= ========= ========= =========
 
 -   หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 02 หรือ 20 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบใน ประเทศจีน ซึ่งมี คุณภาพต่ำ  
 
- หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 08 หรือ 80 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตใน ประเทศเยอรมัน ซึ่งมี คุณภาพปานกลาง    
-   หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 01 หรือ 10 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตใน ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมี คุณภาพดีมาก  
 
-  หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 00 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านผลิตจาก โรงงานผลิต โดยตรงซึ่งมี คุณภาพดีที่สุด  
 
-  หากหมายเลขที่เจ็ดและแปดเป็น 13 แสดงว่าโทรศัพท์มือถือของท่านประกอบที่ ประเทศอาเซอร์ไบจัน ซึ่งมี คุณภาพเลวและเป็นอันตรายต่อ   สุขภาพ 

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ตกใจ | Tagged: , , | Leave a Comment »

FW: อ่านแล้วจะตกใจ นิตยสาร ไทม์ – รัฐ Daulah Islamiah Raya‏

Posted by thefwmail บน เมษายน 13, 2009

 การจะสร้างรัฐ  Daulah Islamiah Raya  ต้องประกอบด้วยพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศไทย
จึงมีการดำเนินแผนการต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจุบัน และคาดว่าจะสำเหร็จในเวลาอีกไม่นาน

1) การที่จะเข้ายึดครองประเทศได้นั้นไม่สามารถใช้กำลังทางทหารบุกยึดเอาได้อีกต่อไป
2) ประเทศไทย มีความเป็นหนึ่งเดียวคนในชาติสามัคคีกันมากและเศรฐกิจเริ่มเข้มแข็ง

……………. แผนการณ์จึงต้อง ทำลายผู้นำ  แยกประชาชน เปลี่ยนการปกครอง

การเติบโตของไทย ที่ เขา รับไม่ได้คือ
1     ไทยเปิดสนามบิน สุวรรณภูมิ เป็น พอร์ทการค้าทางอากาศ
2     ไทยมีโครงการ เชื่อมเส้นทางทางทะเล ที่จังหวัดประจวบ เป็น พอร์ทการค้าทางทะเล  
ซึ่ง เรือ เดินสมุทร จะ เข้ามาทางอันดามัน ออกอ่าวไทย  โดย ไม่อ้อมผ่าน  ช่องแคบที่ประเทศมาเลเซียอีกเลย
(เขาเสียผลประโยชน์มาก กว่าไทยเปิดสุวรรณภูมิ หลายร้อยเท่า)

การชลอการเจริญเติบโตของไทย และ ยึด ประเทศ จึงทำตามขั้นตอน

1  กำจัดผู้นำที่เข้มแข็ง ด้วยทุกวิถีทางที่จะทำได้  เพราะ เมื่อขาดผู้นำที่เข้มแข็ง  หัวลากไม่มี การพัฒนาจะหยุดลงเกือบทันที
2 สร้างความไม่ปลอดภันขึ้นในภาคใต้  ทำให้โครงการเชื่อม สองฝั่งทะเลไทย หยุดลงทันที  ตอนนี้ เขาไม่เสียผลประโยชน์แล้ว
3 แทรกแทรงการปกครองเข้าควบคุมและเปลี่ยนแปลงเต็มรูปแบบ
3.1   แบ่งแยกประชาชน  ให้ตีกันโดยถือเอา เป้าหมายหลอกเป็นสำ! คัญ
3.2   เมื่อแยกประชาชนได้แล้ว  ก็ใช้กำลังประชาชนที่ได้มา เข้าบั่นทอน  แทรกแทรง  อำนาจรัฐ   ทุกรูปแบบ    บริหาร  ตุลาการ  นิติบัญญัติ
3.2   เปลี่ยน การปกครองในแบบที่กำหนด   วางรูปแบบ ลักษณะใหม่ เช่น
     70/30 เป็น ต้น ซึ่ง จะต้องเป็นรูปแบบที่ เสียงประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความหมาย  ไม่เอาการเลือกตั้ง ไม่เอาเสียงประชาชน  
    คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศไม่สามารถมีรูปแบบการปกครองตนเองได้
3.3  แยกเอา สามจังหวัดภาคใต้ เป็น รัฐอิสระ ปกครองตนเอง เพื่อ เป็นฐานลุกคืบเข้า สู่จังหวัดอื่นๆในภาคใต้ต่อไป

……. เล่าความแบบย่อๆ สั้นๆ จะได้รู้ว่า  ที่จริง คนไทยถูก เสี้ยมให้ตีกัน เพื่อ อะไร  เป้าหมายจริง คือ อะไร    เป้าหมายหลอก คือ อะไร    
    ของแบบนี้  เขาต้องดำเนินการกันนานๆ เป็น สิบปี  
    หาข้อมูล  Daulah Islamiah Raya   เพิ่มเติมได้จาก Google จะมีข้อมูลมากมาย  
    รู้แล้วบอกเพื่อนๆพี่น้องไทยทุกคน

………..   สามัคคีคือพลัง ชาติไทย จะ อยู่ยั้งยืนยง!!!!
………..   ความเกลียดชัง ชิงชังจะปิดบังตา มองไม่เห็น กลลวงของเขา
………..   แผ่นดินเดียวกัน คนไทยด้วยกัน  ต้องช่วยกัน รักกัน
แล้วไทยจะอยู่เป็นไทย ไม่สูญสิ้นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง !!!

ภาพข้างล่างคือหลักฐานว่าข้อมูลนี้จริงมากน้อยเพียงใด 

ถ้ายังรักชาติกันอยู่    ส่งต่อกันไปเยอะๆ คนไทยถูกปิดหูปิดตาหมดแล้ว…………

daulah-islamiah-rayae2808f2daulah-islamiah-rayae2808f

เขียนแล้วใน ดูแล้ว ตกใจ | Tagged: , , , | 1 ความคิดเห็น »

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.